View Sidebar
ทริปฮ่องกง 4วัน 3คืน – เที่ยวเองอะไรเอง ไม่ง้อทัวร์

ทริปฮ่องกง 4วัน 3คืน – เที่ยวเองอะไรเอง ไม่ง้อทัวร์

06/20/2014 01:14Comments are Disabled

topic

แบกกระเป๋าท่องเที่ยวในต่างแดน ครั้งแรกในชีวิตที่มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์หลายๆอย่างที่ได้พบเจอมา และก็ประสบการณ์ที่ไม่ค่อยอยากเจอสักเท่าไหร่นัก ที่สำคัญมาตอบข้อสงสัยของใครอีกหลายๆคนที่ถามเข้ามาด้วย ลองติดตามกันดูนะ 

_MG_4676-1

ทริปนี้เป็นการเดินทางครั้งแรกในต่างแดนของผม จะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ น่าเก็บรายละเอียดต่างๆไว้ คิดว่าคงไม่ลืมครับ การเดินทางไปต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผมกับเพื่อนอีก2คน พวกเราทั้ง 3 คน ไม่เคยไปต่างประเทศครับ พ่อแม่พวกเราก็เป็นห่วง เพราะว่าพวกเราไปกันเองไม่ได้ไปกับทัวร์ที่ไหนเลย และไปกันอย่างประหยัดพร้อมวางแผนกันล่วงหน้าด้วยนะ

บอกก่อนว่า การเดินทางแบกเป้ของผมนี้ อย่าคิดว่าเป็นการเดินทางที่ใช้งบประมาณน้อยนะครับ ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ทำไมหรอ?? เพราะพวกเราไม่รู้จักอะไรเกี่ยวกับฮ่องกงเลย ไม่เคยไปเลยไม่รู้ครับ

สำหรับในบทความนี้ จะเป็นส่วนของสิ่งที่ควรจะรู้ เตรียมตัว และเข้าใจเกี่ยวกับฮ่องกงในแบบฉบับไอปาย ผมจะทำเป็นถามตอบ จะได้ง่ายสำหรับคนที่อยากจะรู้เรื่องต่างๆทีควรจะรู้เกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศ และท่องเที่ยวในฮ่องกงครับ

(ปล.ทุกอย่างเนื้อหาทั้งหมดเกิดจากประสบการณ์จริงที่เจอมาครับ ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับบริษัทใดทั้งสิ้นที่จะกล่าวอ้างถึงต่อไป ดังนั้น โปรดใช้ วิจารณาญาณในการอ่านด้วย)

IMG_6470-1

Q:การเดินทางไปต่างประเทศ ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง??

A: ส่วนใหญ่ก็รู้ๆกันอยู่ว่านะครับว่าต้องใช้อะไรบ้าง

  1. พาสปอร์ต
  2. ตั๊วเครื่องบิน(ไปเคาเตอร์สนามบินก็ได้)
  3. VISA ในบางประเทศ (ฮ่องกง นั้นไม่ต้องใช้ครับ ถ้าอยู่ไม่นาน)

_MG_4690-1

Q:สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเดินทางไปฮ่องกง ??

A:สิ่งที่เราส่วนใหญ่จะต้องเตรียมนะครับ

  1. จองตั๊วเครื่องบิน  สำหรับผมนั้นเลือกจองของสายการบิน Cathay Pacific Airways ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติฮ่องกง ผมจองได้ในราคาโปรโมชั่น 6,750 บาท (ไป-กลับรวมภาษีสนามบิน+น้ำมัน+กระเป๋าเดินทาง20กก.) 
  2. จองที่พัก แนะนำว่าดูรีวิวจากหลายที่นะครับ เพราะว่าฮ่องกง ภูมิประเทศเป็นเกาะ ห้องพักจะมีราคาสูงและขนาดเล็กมากๆ เลือกตามความเหมาะสม สำหรับผมนั้นผมพักที่  Wharney Guang Dong Hotel Hong ซึ่งตั้งอยู่แถว MTR Wanchai Station 
  3. แลกเงิน ศึกษาอัตราแลกเปลื่ยนจากหลายๆที่ แล้วดูว่าที่ไหนในเรทราคาดีที่สุดนะครับ ที่สำคัญดูความคุ้มค่าในการเดินทางและความน่าเชื่อถือด้วย ตัวผมนั้นแลกที่  Super Rich Thailand ณ ตอนนั้นในเรทดีที่สุด 
  4. วางแผนท่องเที่ยว รอติดตามนะครับ

IMG_5847-1

Q:ทำไมเลือกสายการบิน Cathay Pacific Airways ??

A:สำหรับผมมีอยู่หลายเหตุผลนะครับ

  1. ราคาโปรโมชั่นอยู่ที่ 6,750 บาท ถือว่าถูก
  2. ไม่ใช่สายการบินต้นทุนต่ำ และที่สำคัญเครื่องบินลำใหญ่
  3. ไม่ต้องเสียค่าโหลดกระเป๋าเพิ่ม เพราะมีให้ 20 กก. แล้ว
  4. **แต่เราควรเปรียบเทียบความคุ้มค่ากับสายการบินอื่นด้วย

IMG_5896-1

Q:อยากให้แนะนำเรื่องที่พัก??

A:ที่พัก ในฮ่องกงจะมีราคาสูงพอสมควร ด้วยพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงมีการใช้สอยพื้นที่อย่างประหยัดมากๆๆ โดยราคาน่าจะประมาณ 700-1300 HKD นะครับ  อันนี้ผมคิดว่า ดูจากรีวิวต่างๆดีกว่าครับ อย่าลืมดูเรื่องการเดินทางด้วยนะครับ หากเราอยู่ใกล้พวกรถไฟฟ้าจะทำให้การเดินทางไม่ลำบากด้วย

_MG_4756-1

Q:สภาพอากาศฮ่องกงเป็นอย่างไร

A:ตรวจเช็คสภาพอากาศจากเว็บไซต์ได้เลยนะครับ อันนี้แล้วแต่ช่วงเวลานะครับ แต่บอกไว้ก่อนว่า ฮ่องกงเป็นเกาะ ดังนั้นสภาพอากาศจะมีฝนตกบ่อย เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนะครับ

 

Q:ในส่วนของเงิน HKD ??

A:เมื่อแลกมาแล้ว เราอาจสงสัยว่าทำไมธนบัตร มูลค่าเท่ากันแต่รูปแบบไม่เหมือนกัน ด้วยรัฐบาลฮ่องกงให้สิทธิธนาคารบางแห่งในการพิมพ์ธนบัตรออกใช้ได้เอง ตามกฎหมายของเขา ที่สำคัญ***ถ้าจะแลกกลับเป็นเงินไทย ต้องเป็นธนบัตรเท่านั้น เหรียญแลกคืนไม่ได้นะ

Q:ใช้งบในการเดินทางครั้งนี้ ทั้งหมดเท่าไหร่??

A:อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ผมซื้อบัตรที่ท่องเที่ยว ค่าเครื่องบิน และจองห้องพัก รวมๆแล้วใช้เงินไปก็ประมาณ 13,000 บาท แล้วผมแลกเงินไปอีก 25,000 บาท นับไปนับมาก็ตีได้ประมาณ 38,000 บาท โอ้ว…ไม่ใช่น้อยเลยนะเนี่ยๆๆ แต่ผมก็ยังเลือกเงินกลับมาอีก 11,000 บาท ครับ  สรุปแล้วทรีิปนี้ผมใช้เงินไปประมาณ  27,000 บาท หลายคนบอกว่า ทำไมแพงจัง นั้นสิ แต่สำหรัมก็ผมพักโรงแรมที่ราคาแพงพอสมควร และยังอยู่ตั้งอยู๋ในย่านธุรกิจอีกด้วย ที่สำคัญเลยคือ  อาหารครับ เรากินร้านที่ดูดีครับ อิอิ แต่ละมือก็ไม่ต่ำกว่าคนละ 70-80HKD เลยอ่ะ ทำให้เราเสียเงินไปเยอะพอสมควรครับ

ซิม one2free

Q:การใช้โทรศัพท์ โดยซื้อ “ซิมการ์ด”ในฮ่องกง??

A:สำหรับผมนั้นนะครับ ก็เปิด Roaming เฉพาะโทร จากไทยไว้ด้วย และเมือไปถึงฮ่องกงซื้อซิมการ์ดของ one2free ราคา 100HKD เล่นเน็ตได้ไม่จำกัด 7 วัน สามารถใช้โทรในฮ่องกงได้ด้วย แต่เครือข่ายนี้โทรกลับไทยไม่ได้นะผมลองแล้ว ***ปล.ผมลองใช้ เครือข่าย CSL 1010 โทรกลับมาไทยได้ (กด 007+66 ตามด้วยเบอร์ในไทย)

plan

Q:4วัน3คืน วางแผนการท่องเที่ยวอย่างไร??

A: ผมจัดสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากจะไปไว้ก่อนครับ เมื่อรู้แล้วว่าเราจะไปไหนบ้างเราก็มีจัดเป็นกลุ่มๆไว้ อันไหนอยู่ย่านไหน ตรงไหน ก็เอาไว้ใกล้กัน จากนั้นก็จัดแพลนใส่ตาราง ใส่เวลาเอาไว้ครับ คลิก ดูตารางของผมได้ครับ  **ตารางนี้เป็นเพียงการกำหนดคราวๆ ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาครับ เพราะว่าเราไม่รู้ว่า การเดินทางบางจุดใช้เวลานานไหม ต้องดูตามความเหมาะสมด้วยนะครับ (อดใจรอตารางหน่อยนะครับ เดียวจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ)

 

Q:เรื่องอาหารการกิน??

A:ผมก็อ่านรีวิวจากหนังสือ จากเว็บ และก็มีพี่หลายๆคนแนะนำมานะครับ ผมก็ไปร้านหลักครับ ส่วนใหญ่ก็เดินเจอร้านไหนก็กินร้านนั้นครับ ผมบอกก่อนว่า บางร้านก็ราคาแพงบางร้านก้ราคาพอเหมาะ อาจทำให้การเที่ยวของเราสิ้นเปลื้องได้นะครับ สำหรับอาหารขึ้นชื่อ เช่น โจ๊ก(ร้านชื่อดังในหมู่คนไทย) เป็ด-ห่านย่าง ติ่มซ่ำ HOTPOT พุดดิ้ง บลาๆๆ     

 

Q:สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งต้องต่อคิวซื้อตั๊ว??

A:ใช่ครับ ถ้าเราไปไห้วพระใหญ่นอนปิง หรือไปดิสนี่แลนด์ ก็ควรซื้อตัวจากตัวแทนจำหน่ายที่อยู่ในประเทศไทยไว้ก่อนเลยครับ จะได้ไม่เสียเวลาต่อคิวนาน แต่ต้องดูที่น่าเชื่อถือได้นะครับ สำหรับตัวผมนั้นซื้อจาก บ.ตระกูลเฉินกรู๊ป ครับ

IMG_5859-1

Q:การเดินทางในฮ่องกงจะต้องเดินทางอย่างไร

A:การคมนาคมในฮ่องกง ส่วนใหญ่นั้นโดยทางด้วยรถไฟฟ้า

  • หากเดินทางจากสนามบินเข้าเมือง จะเดินทางด้วย Airport Express หรือเดินทางด้วยรถบัส (ซึ่งราคาถูกมาก)
  • สถานที่ท่องเที่ยว ที่คนไทยไปบ่อยมักอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า MTR (รถไฟฟ้าที่ฮ่องกงเรียกว่า MTR อย่างงล่ะ)
ขนส่งมวลขนของฮ่องกง สามารถเดินทางด้วยการใช้บัตร Octopus (บัตรปลาหมึก) ใช้ได้ทั้ง รถบัส เรือ รถไฟฟ้า  ซึ่งต้องบอกก่อนว่า รถบัสบางคันไม่รับเงินสด รถบัสบางคันรับทั้งสองอย่าง แต่ไม่ทอนเงินให้ ดังนั้นควรจะพกบัตรไว้ดีที่สุด
  • หมายเหตุนิดหน่อย สถานีรถไฟฟ้า MTR มีช่องทางออกหลายทางมาก ควรศึกษาให้ดีนะ ไม่งั้นหลงในสถานีออกไม่ได้ สถานีรถไฟฟ้า MTR เรียกว่าเป็นเมืองย่อมๆ อยู่ใต้ดินเลยก็ว่าได้นะ ร้านค้า ของกิน ของฝาก เพียบ จัดว่ามีพร้อมเลยหล่ะ ทริป** แลลลลลลละบางครั้งนะการเดินบนถนนอาจใกล้กว่าการเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าด้วยนะ บอกให้รู้

Q:เมื่อพูดถึงบัตรโดยสารรถไฟฟ้าแล้ว ขอพูดให้ครบนิดหนึ่งนะ

A:อย่างที่บอกสามารถใช้บัตร Octopus (บัตรปลาหมึก) ในการเดินทางได้ แต่ก็ยังมี

บัตร MTR Tourist Day Pass ที่ไว้ให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งจะเป็นบัตรแบบเหมาวัน 1 วัน และก็ยังมี Airport Express Travel Pass กับ MTR Tourist Cross-Boundary Travel Pass โดย Airport Express Travel Pass จะใช้สำหรับนั่งรถไฟฟ้าจากสนามบินเข้าเมือง ซึ่งมีหลายแบบมาก และอันสุดท้าย MTR Tourist Cross-Boundary Travel Pass จะเป็นการเดินทางข้ามแดนและใช้บริการได้กับสถานี Lo Wu หรือ Lok Ma Chau (ข้ามแดนไปเสิ้นเจิ้น)  ข้อมูลเพิ่มเติม www.mtr.com.hk/eng/tourist/tourist_products.html

OctopusCard ภาพจาก wikipedia.org

Q:พูดถึงบัตร Octopus (บัตรปลาหมึก) ไป 2 รอบแล้ว มาเดี่ยวจะอธิบายให้ฟัง

A:บัตร Octopus (บัตรปลาหมึก) จัดเป็นบัตรสารพัดประโยชน์ของฮ่องกง ย้ำว่า ต้องมี พกติดตัว ด้วยความที่เป็นสารพัดประโยชน์ จึงถูกเรียกว่า บัตรปลาหมึก สามารถใช้ได้กับระบบขนส่งมวลชนทั้งหมด สะดวกไม่ต้องเตรียมเหรียญ ประหยัดเวลา ผ่านตลอด ใช้จ่ายร้านค้าเกือบทุกร้าน เติมเงินได้เมื่อต้องการ (เติมง่ายสุดก็ 7-11)

ลืมบอกว่าไป เปิดบัตร(ได้ทุกทีที่รับบัตร)ครั้งแรกต้องใช้เงิน 150HKD โดยจะถูกมัดจำไว้ 50HKD(แลกคืนก่อนกำหนด หัก 9HKD) จะเหลือเงินในระบบ 100 HKD
ส่วนเรื่องการใช้งานก็ไม่ต่างกับบัตรแรมบิท หรือบัตรรถไฟฟ้าในประเทศไทย ใช้ง่ายไม่ยากเลยนะๆๆ

 

Q:ตามร้านหรือซูเปอร์มาร์คเก็ตในฮ่องกง ไม่ให้ถุงกับลูกค้า

A:ใช่ครับ เท่าที่เจอมาก็ 7-11 กับ พวกสโตร์ ที่เวลาเราซื้อของแล้วเขาจะไม่ใส่ถุงให้เรา บางร้านเราต้องจ่ายเงินซื้อถุงกับเขานะครับ อย่างผมเดิน Taste ใน City Gateoutlets ซึ่งที่นี่ก็จะไม่ให้ถุงกับเรา ถ้าหากต้องการต้องเสียเงิน ประมาณ 12 เซ็น นะถ้าจำไม่ผิด

_MG_4842-1

Q:น้ำเปล่า ถือว่าเป็นสินค้าราคาแพง ??

A:ฮ่องกง มีสภาพเป็นเกาะและภูเขา ทำให้ต้องมีการซื้อน้ำเปล่าเข้ามาขายในประเทศ จึงทำให้มราคาสูง สำหรับผมนั้นผมเลือกซื้อน้ำเปล่าขวดใหญ่ ซึ่งราคาก็ประมาณ 10-13 HKD อันนี้ราคาใน 7-11 นะครับ แต่ถ้าซื้อข้างถนนราคาก็จะถูกลงมาอีก จะอยู่ที่ประมาณ 5-7 HKD ในขนาดที่เท่ากันนะครับ และก็จะบอกว่า น้ำทุกอย่าง ทุกยี่ห้อที่วางขาย เป็นน้ำแบบเดียวกันหมดนะครับ ดังนั้น เลือกซื้อแบบถูกๆเถะอะครับ  ปล.ไม่มีข้อมูลยืนยันแต่คนฮ่องกงบอกมา

 

Q:สุดท้ายนะครับ พบเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ตกใจกับเหตุการณ์นี้มากๆและความสุขก็ตามมา งงล่ะสิ อ่านต่อเถอะ 55+

A:ตามกำหนดการเดินทางกลับของเรา คือวันพฤหัสบดีที่ 22 พฤษภาคม 2557 เที่ยวบิน CX617 เครื่องออกจากสนามบินฮ่องกงเวลา 21:20 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 23:10 น. ซึ่งวันนั้นเราไปถึงสนามบินเวลาประมาณ 18.40 น. (ตามเวลาฮ่องกง) ก็เช็คอินอะไรเรียบร้อย เดินเล่นภายใน ตม. ได้แปปเดียว ตอน 19.01 ได้รับเมล์จาก Cathay Pacific แจ้งว่า Flight Cancellation เงิบเลยครับ

cx671

เนื่องมาจากเหตุการณ์การยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินของ คสช. ส่งผลให้ทางการฮ่องกง ประกาศเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าประเทศไทย ทำให้ทางสายการบิน ตัดสินใจต้องยกเลิก Flight นั้นไปก่อน เพื่อดูสถานการณ์ แต่โชคยังช่วยผมนะสายการบิน ก็มีข้อเสนอมาให้ โดยเลื่อน Flight เป็นวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 หรือวันรุ่งขึ้น และจะจัดที่พักพร้อมอาหารเช้า และก็ค่าอาหารมื้อค่ำด้วยนะ …ไว้จะมาเขียนเล่าให้นะๆๆ

 

ทริปฮ่องกง 4วัน3คืน เที่ยวเองอะไรเอง ไม่ง้อทัวร์  ข้อมูลส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ควรจะรู้กันไว้นะครับ สำหรับท่องเที่ยวในฮ่องกง ทั้งหมดนี้ ล้วนแล้วแต่มาจากประสบการณ์ทั้งหมดเลยและไม่มีส่วนได้เสียใดๆกับบริษัทที่กล่าวอ้างทั้งหมด ไว้เดียวจะมารีวิวให้ได้อ่านกันนะ ใครสงสัยอะไรหรือสอบถามอะไรสามารถถามเข้ามากันได้เลยนะๆๆ เดียวจะตอบให้เลยๆๆ

 

ขอบคุณนะครับ ที่ทนอ่านมาจนจบได้ มีข้อแนะนำอะไรก็บอกกล่าวกันได้เลยนะๆๆ แล้วยังรอติดตามตอนต่อไปนะครับ

Comments are closed